Member Login

Username

Password


forget password
Member Registration


สารบั


 
 สถิติวันนี้ 1830 คน
 สถิติเมื่อวาน 3158 คน
 สถิติเดือนนี้
สถิติปีนี้
สถิติทั้งหมด
17417 คน
609082 คน
3913202 คน
เริ่มเมื่อ 2012-11-03


สรุปเนื่อหาสาระวิชาเศรษฐศาสตร์วิศวกรรม
 
คำอธิบายรายวิชา
                ความหมายของเศรษฐศาสตร์วิศวกรรม, การวิเคราะห์เชิงเศรษฐศาสตร์, ต้นทุนและค่าใช่จ่าย, การวิเคราะห์จุดคุ้มทุน, ค่าของเงินที่เปลี่ยนตามเวลา, การแก้ปัญหาดอกเบี้ย, ค่าเงินต้นเทียบเท่าที่ปีปัจจุบัน, ค่าเทียบเท่าของเงินจ่ายเท่ากันรายปี, การหาผลตอบแทน, อัตราส่วนของผลประโยชน์ต่อเงินลงทุน, ค่าเสื่อมราคา, การศึกษาการทดแทนของทรัพย์สิน


เค้าโครงการบรรยาย
 

ครั้งที่
หัวข้อการบรรยาย
วิธีการสอน
งานมอบหมาย
1
 
 
 
·        แนะนำรายวิชา
·         เกณฑ์การวัดผล
บทที่1 บทนำ
-           ความหมายของเศรษฐศาสตร์วิศวกรรม
-          การวิเคราะห์เชิงเศรษฐศาสตร์
บทที่ 2ต้นทุนและค่าใช้จ่าย
-          ชนิดของต้นทุน
-          ต้นทุนในการดำเนินกิจการ
-          การวิเคราะห์พฤติกรรมของต้นทุน
-          แจกแผนการสอน
-          ใช้แผ่นใส
-          อธิบาย
-          ถามตอบปัญหา
-          ให้นศ.แบ่งกลุ่มย่อย เลือกทำรายงานเกี่ยวกับวิชาการควบคุมคุณภาพ
-          ให้นศ. ทำ H.W. 1
 
2
บทที่ 3การวิเคราะห์จุดคุ้มทุน
-          จุดคุ้มทุน
-          การวิเคราะห์จุดคุ้มทุน
 
-          ใช้เอกสารการสอน
-          ใช้แผ่นใส
-          อธิบาย
-          ถามตอบปัญหา
-          ให้นศ. ทำ H.W. 2
3
บทที่ 4 ค่าของเงินที่เปลี่ยนตามเวลา
-          ดอกเบี้ย
-          ดอกเบี้ยเชิงเดี่ยวและดอกเบี้ยเชิงซ้อน
-          ระบบจ่ายทีเดียว
-          ระบบจ่ายเป็นอนุกรมและมีค่าเท่ากันตลอด
-          ระบบที่มีการเพิ่มหรือลดอย่างสม่ำเสมอ
-          ใช้เอกสารการสอน
-          ใช้แผ่นใส
-          อธิบาย
-          ถามตอบปัญหา
-          ให้นศ. ทำ H.W. 3
4
บทที่ 5การแก้ปัญหาดอกเบี้ย
-          ใช้เอกสารการสอน
-          ใช้แผ่นใส
-          อธิบาย
-       ถามตอบปัญหา
-          ให้นศ. ทำ H.W. 4
5
บทที่ 6ค่าเงินต้นเทียบเท่าที่ปีปัจจุบัน
-          การเปรียบเทียบโครงการลงทุนต่างๆ โดยค่าเงินต้นเทียบเท่าปัจจุบัน
-          การเปรียบเทียบโครงการลงทุนที่มีอายุการใช้งานต่างกัน
 
-          ใช้เอกสารการสอน
-          ใช้แผ่นใส
-          อธิบาย
-       ถามตอบปัญหา
-          ให้นศ. ทำ H.W. 5
6
 
 
-          เงินทุนนิรันดร์
 
-     ใช้เอกสารการสอน
-          ใช้แผ่นใส
-          อธิบาย
-          ถามตอบปัญหา
-          ให้นศ. ทำ H.W. 6
ครั้งที่
หัวข้อการบรรยาย
วิธีการสอน
งานมอบหมาย
7
 
 
บทที่ 7ค่าเทียบเท่าของเงินจ่ายเท่ากันรายปี
-          การลงทุนเพื่อลดค่าแรงงาน
-          การเปรียบเทียบแผนการที่มีอายุการใช้งานไม่เท่ากัน
 
-    ใช้เอกสารการสอน
-     ใช้แผ่นใส
-          อธิบาย
-          ถามตอบปัญหา
-          ให้นศ. ทำ H.W. 7
8
 
 
-          การเปรียบเทียบโครงการที่มีอายุการใช้งานเป็นนิรันดร์
 
 
-     ใช้เอกสารการสอน
-          ใช้แผ่นใส
-          อธิบาย
-      ถามตอบปัญหา
-          ให้นศ. ทำ H.W. 8
 
 
สอบกลางภาค
 
9
 
 
บทที่ 8  การหาอัตราผลตอบแทน
-          ความผิดพลาดในการหาอัตราผลตอบแทน
-          การหาอัตราผลตอบแทนเพื่อนการตัดสินใจ
-   ใช้เอกสารการสอน
-    ใช้แผ่นใส
-          อธิบาย
-     ถามตอบปัญหา
-          ให้นศ. ทำ H.W. 9
10
 
บทที่ 9อัตราส่วนของผลประโยชน์ต่อเงินลงทุน
-          ชนิดของโครงการที่เป็นสาธารณประโยชน์
-          การวิเคราะห์เชิงเศรษฐศาสตร์ของโครงการที่เป็นของรัฐ
-          ใช้เอกสารการสอน
-          ใช้แผ่นใส
-          อธิบาย
-     ถามตอบปัญหา
-          ให้นศ. ทำ H.W. 10
11
-          อัตราส่วนของผลประโยชน์ต่อเงินลงทุน
-          การวิเคราะห์เชิงเศรษฐศาสตร์โดยวิธีต่างๆ
-          ใช้เอกสารการสอน
-          ใช้แผ่นใส
-          อธิบาย
-          ถามตอบปัญหา
-          ให้นศ. ทำ H.W. 11
12
บทที่ 10ค่าเสื่อมราคา
-          ค่าเสื่อมราคา
-          วิธีการคิดค่าเสื่อมราคา
-          การคิดค่าเสื่อมราคาแบบเส้นตรง
-          การคิดค่าเสื่อมราคาแบบลดส่วน
 
 
 
 
-          ใช้เอกสารการสอน
-          ใช้แผ่นใส
-          อธิบาย
-          ถามตอบปัญหา
 
 
 
 
-          ให้นศ. ทำ H.W. 12
ครั้งที่
หัวข้อการบรรยาย
วิธีการสอน
งานมอบหมาย
13
-          การคิดค่าเสื่อมราคาแบบผลบวกตัวเลข
-          การคิดค่าเสื่อมราคาแบบเส้นตรงมีอัตราการเปลี่ยนแปลง
-          การคิดค่าเสื่อมราคาแบบทุนจม
-          ใช้เอกสารการสอน
-          ใช้แผ่นใส
-          อธิบาย
-          ถามตอบปัญหา
-          ให้นศ. ทำ H.W. 13
14
บทที่ 11การศึกษาการทดแทนของทรัพย์สิน
-          ระยะเวลาใช้งานที่เหมาะสมสำหรับทรัพย์สิน
-          สาเหตุแห่งการทดแทนทรัพย์สิน
-          การคำนวณระยะเวลาใช้งานที่เหมาะสมสำหรับทรัพย์สิน
-          ใช้เอกสารการสอน
-          ใช้แผ่นใส
-          อธิบาย
-          ถามตอบปัญหา
-          ให้นศ. ทำ H.W. 14
15
-          ระยะเวลาที่เหมาะสมของทรัพย์สินเมื่อค่าซ่อมบำรุงคงที่
-          ระยะเวลาที่เหมาะสมของทรัพย์สินเมื่อค่าซ่อมบำรุงเพิ่มขึ้นทุกปีเท่าๆกัน
-          การหาอายุการใช้งานโดนเฉลี่ยของทรัพย์สิน
-          ใช้เอกสารการสอน
-          ใช้แผ่นใส
-          อธิบาย
-        ถามตอบปัญหา
-          ให้นศ. ทำ H.W. 15
                                                                                                              สอบปลายภาค


บทที่ 1  บทนำ
บทที่ 2  ต้นทุนและค่าใช้จ่าย
บทที่ 3  การวิเคราะห์จุดค้มทุน
บทที่ 4  ค่าของเงินที่เปลี่ยนตามเวลา
บทที่ 5 การแก้ปัญหาดอกเบี้ย
บทที่ 6  ค่าเงินต้นเทียบเท่าที่ปีปัจจุบัน
บทที่ 7 ค่าเทียบเท่าของเงินจ่ายรายปี
บทที่ 8 การหาอัตราผลตอบแทน
บทที่ 9 อัตราส่วนของผลประโยชน์ต่อเงินลงทุน
บทที่ 10 ค่าเสื่อมราคา
บทที่ 11 การศึกษาการทดแทนของทรัพย์สิน

 บทที่ 1  บทนำ
               เศรษฐศาสตร์วิศวกรรม  (Engineering Economy)
  • • ใช้ทรัพยากร เช่น วัสดุ แรงงาน ทรัพย์สิน เวลา   ให้เกิดประโยชน์สูงสุด
  • • การออกแบบทางวิศวกรรม โดยพิจารณาเชิงเศรษฐศาสตร์ ในด้านของคุณค่าของผลงานเปรียบเทียบกับค่าใช้จ่าย
  • • คำนึงถึงค่าใช้จ่าย
  • • การใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
  • • เพื่อช่วยในการตัดสินใจต่างๆ เป็นไปตามหลักเกณฑ์และมาตรฐานที่ถูกต้อง
 
การปรับปรุงประสิทธิภาพ
   
  ประสิทธิภาพ (Efficiency) = ผลงานที่ได้ (output)
                                         งานที่ใช้ (input)
   ประสิทธิภาพ (เชิงเศรษฐศาสตร์) = จำนวนเงินที่ได้รับ
                                                               จำนวนเงินค่าใช้จ่าย
Note: ประสิทธิภาพเชิงเศรษฐศาสตร์มักมีค่ามากกว่า 100%
 
 
เศรษฐศาสตร์วิศวกรรม
  • • การเปรียบเทียบประสิทธิภาพของงานด้านวิศวกรรม
  • • สามารถตัดสินใจโครงการวิศวกรรมได้อย่างถูกต้อง
  • • สามารถวิเคราะห์โครงการลงทุนทางวิศวกรรรม
 
จุดมุ่งหมายà ประหยัดทรัพยากร ใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด
 
ดังนั้น  โครงการทางวิศวกรรมที่ àใช้เวลาน้อยที่สุด
                                             à แรงงานน้อยที่สุด
                                                     à  ค่าใช้จ่ายน้อยที่สุด
                                à ให้ผลงานหรือสนองความต้องการได้มากที่สุด
                           เป็นโครงการที่มีคุณค่ามากที่สุด
 
• ใช้เศรษฐศาสตร์วิศวกรรมมาช่วยวิเคราะห์ประสิทธิภาพของโครงการในเชิงเศรษฐศาสตร์
 
องค์ประกอบที่ใช้ในการพิจารณาก่อนการตัดสินใจ (4)
1.องค์ประกอบของเป้าหมายและนโยบาย
    - เป้าหมายต้องชัดเจน ถูกต้อง
    - นโยบายถูกกำหนดเพื่อทำให้ถึงเป้าหมายหลักที่ตั้งไว้
2. องค์ประกอบทางวิชาการ
     - ทฤษฎีทางิวทยาศาสตร์&วิศวกรรม&เศรษฐศาสตร์ ในการตัดสินใจ
       เลือกโครงการที่มีคุณค่าที่สุด เป็นประโยชน์สูงที่สุด
3. องค์ประกอบทางสังคม
     - ความคิดเห็นของชุมชน
     - นโยบายของรัฐบาล
     - เศรษฐกิจของประเทศ
 
4. องค์ประกอบทางการวิเคราะห์เชิงเศรษฐศาสตร์
     - ข้อมูล
     - ค่าใช้จ่าย
     - ผลประโยชน์
     - ระยะเวลา
หลักการทางเศรษฐศาสตร์à กำหนดให้ค่าของเงินมีความสัมพันธ์กับเวลา
 
 
           ขั้นตอนในการแก้ปัญหาของระบบ
  • 1.การศึกษาและกำหนดปัญหาได้ถูกต้องชัดเจน
  • 2. การกำหนดและเลือกแนวเป้าหมายเพื่อแก้ปัญหา
  • 3. การกำหนดแนวปฎิบัติเพื่อบรรลุเป้าหมาย
  • 4. การวิเคราะห์แนวปฎิบัติต่างๆ ที่กำหนด
  • 5. การเลือกแนวปฎิบัติที่เหมาะสมในการบรรลุเป้าหมาย
 
การวิเคราะห์เชิงเศรษฐศาสตร์
หลักการ 1. เงินมีความสัมพันธ์กับเวลา
          2. การเปลี่ยนแปลงในอนาคตมีไม่มาก
          3. การคาดหมายอนาคตมีความแม่นยำพอควร
 
            “ การวิเคราะห์ก็จะถูกต้องแม่นยำ”
 
 
ความรู้เบื้องต้นทางเศรษฐศาสตร์
  • 1.กฎของความขาดแคลน (The law of Scarcity)
  • 2. กฎของการลดลงของผลได้ (The Law of Diminishing Return)
  • 3.หลักของการผลิตจำนวนมาก ( Mass Production)
  • 4.อุปสงค์และอุปทาน (Demand & Supply)
  • 5.ราคา เงินเฟ้อ และเงินฝืด (Price Inflation & Deflation)
 
1.1. กฎของความขาดแคลน
  • • เนื่องจากความจำกัดของทรัพยากร
  • • ความขาดแคลนมาควบคู่กับความต้องการของมนุษย์
  • • ดังนั้นจึงต้องจัดสรรทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดอย่างฉลาด
  • • เราต้องตัดสินใจเลือกใช้หรือดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดกับทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด
2. กฎของการลดลงของผลได้
    “ การเพิ่มปริมาณงานที่ให้อย่างหนึ่งโดยงานที่ให้อย่างอื่นๆ คงที่ จะทำให้
ผลงานที่ได้เพิ่มขึ้น แต่จะเพิ่มขึ้นจนถึงจุดหนึ่ง ซึ่งผลงานที่ได้ต่อหน่วยงานที่ให้
เพิ่มขึ้นจนมีค่าสูงสุดแล้วปริมาณผลงานที่ได้ต่อหน่วยงานที่ให้เพิ่มขึ้นก็จะลดลง”
 
 
หลักการ
  • • ปริมาณผลได้ ไม่จำเป็นต้องได้เพิ่มขึ้นเป็นอัตราส่วนกับปริมาณงาน
   ที่ให้เพิ่มขึ้น
  • • ในการเพิ่มงานสำหรับโครงการทางวิศวกรรม จะมีระดับซึ่งให้ผลงาน
   ได้สูงสุดและการเพิ่มงานภายหลังจากระดับนั้น แล้วจะได้ประโยชน์
    ตอบแทนต่อหน่วยลดลง ทั้งๆที่ผลประโยชน์จากการเพิ่มงานนั้นๆ
    ยังคงเพิ่มขึ้น
 
               3. หลักการของการผลิตจำนวนมาก
  • • เป็นหลักการเพื่อลดต้นทุนต่อหน่วยให้ถูกลง
  • • โดยการผลิตให้มากขึ้นจากหน่วยการผลิตเดียวกัน
  • •  ใช้เครื่องจักรผลิตแทนคน
  • •  ใช้หน่วยการผลิตที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด
  • •  งานในลักษณะเดียวกัน ผลผลิตที่เหมือนกัน
  • •  ผลิตจำนวนมาก
 
4.  อุปสงค์และอุปทาน
เป็นเรื่องพื้นฐานทางเศรษฐศาสตร์แสดงพฤติกรรมของผู้บริโภค (ผู้ซื้อ)
กับผู้ผลิต (ผู้ขาย ) ที่มีต่อการเปลี่ยนแปลงของราคา
ราคาเป็นองค์ประกอบสำคัญในการจูงใจให้เกิดอุปสงค์
EX. ราคาสินค้าสูงขึ้น จำนวนสินค้า นั้นจะขายได้น้อยลง
         แต่ถ้าราคาสินค้า ลดลง ความต้องการซื้อสินค้านั้นจะมากขึ้น
 
                       5. ราคา เงินเฟ้อ และเงินฝืด
• ราคา คือค่าวัดความพอใจของการแลกเปลี่ยน
•  เงินเฟ้อ หมายถึง ภาวะที่ราคาสินค้าและบริการสูงขึ้น
             ภาวะเงินเฟ้อเป็นผลดีต่อลูกหนี้และผู้ค้ากำไร
             และเป็นผลเสียของเจ้าหนี้และผู้มีรายได้คงที่
             เราจะรู้สึกว่าสินค้าต่างๆ แพงขึ้น
• เงินฝืด หมายถึงภาวะที่ราคาของสินค้าและบริการลดลง
                ผู้ได้ประโยชน์จากเงินผืดคือเจ้าหนี้และผู้มีรายได้คงที่
                สินค้าขายไม่ออก และการผลิตน้อยลง
                คนว่างงานมากขึ้น
การแก้ไข  à ให้รัฐมีการลงทุนมากขึ้นและให้มีการใช้สอยมากขึ้น
                         เพิ่มการผลิตและอัตราคนว่างงานลดลง
 
“ เงินเฟ้อและเงินฝืด ถือเป็นความเสี่ยงในการวิเคราะห์การลงทุนทางเศรษฐศาสตร์”

 
บทที่ 2  ต้นทุนและค่าใช้จ่าย
            ( Cost and Expense)
 
ต้นทุน à เป็นส่วนของการลงทุน
ค่าใช้จ่าย à จำนวนเงินที่เราจ่ายไปในการใช้บริการหรือดำเนินงาน
                   
                       ชนิดของต้นทุน
1.ต้นทุนอนาคต (Future Cost)
     ค่าใช้จ่ายในการตัดสินใจเกี่ยวกับอนาคต เช่น การจัดซื้อเครื่องจักรที่ใช้
     ในปีหน้า
2. ต้นทุนเสียโอกาส (Opportunity Cost)
      การเสียโอกาสหรือเสียผลประโยชน์ที่พึงจะได้รับ
 
2. ต้นทุนเสียโอกาส (Opportunity Cost)
      การเสียโอกาสหรือเสียผลประโยชน์ที่พึงจะได้รับ
         Ex. ทำธุรกิจมีผลตอบแทน 5%
               ขณะที่ดอกเบี้ยเงินฝากประจำ 8%
               à มีต้นทุนเสียโอกาส 3%
           Note: ไม่นำมาคิดหรือประเมินเป็นต้นทุนทางบัญชี
3. ต้นทุนจม (Sunk Cost)
     ต้นทุนที่ได้ชำระไปหมดแล้ว
4. ต้นทุนทางบัญชี (Book Cost)
     บันทึกเป็นตัวเลขโดยวิธีการของการคิดค่าเสื่อมราคาเป็นต้นทุนตามบัญชี
     ต้นทุนตามบัญชีซึ่งเป็นเพียงตัวเลขที่บันทึกไว้เท่านั้น
5. ต้นทุนเงินสด ( Cash Cost)
 
6. ต้นทุนการทดแทนทรัพยสิน (Replacement Cost)
7. ต้นทุนเปลี่ยนย้ายได้ (Postponable Cost)
8. ต้นทุนเพิ่ม (Increase Cost)
9. ต้นทุนเพิ่มต่อหน่วย ( Marginal Cost)
10. ต้นทุนแยกได้และต้นทุนร่วม
11 ต้นทุนควบคุมได้และต้นทุนลดได้
12. ต้นทุนโดยตรงและต้นทุนทางอ้อม ( Direct and Indirect Cost)
13. ต้นทุนค้างจ่ายและต้นทุนรอการตัดบัญชี
 
14. ต้นทุนคงที่และต้นทุนแปรผัน ( Fixed and Variable Cost)
       ต้นทุนคงที่ à ไม่เปลี่ยนแปลงไปตามจำนวนหน่วยการผลิตหรือบริการ
       ต้นทุนแปรผันà จะเปลี่ยนแปลงไปตามจำนวนหน่วยการผลิตหรือ
                                      บริการที่เพิ่มขึ้น
15. ต้นทุนแรกเริ่มและต้นทุนดำเนินงาน (First and Operating Cost)
16. ต้นทุนเพื่อการตัดสินใจ (Decision Making Cost)
17. ต้นทุนในการดำเนินกิจการ
 
             การวิเคราะห์พฤติกรรมของต้นทุน (Analyzing Cost Behaviour)
องค์ประกอบที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมของต้นทุน
1.การผันแปรของต้นทุนกับปริมาณการผลิต
2. ลักษณะการใช้จ่ายของต้นทุน
3. การกำหนดปริมาณและการผลิตเต็มตามสมรรถภาพ
4. นโยบายของฝ่ายบริหาร
5. การควบคุมรายจ่าย
6. การเปลี่ยนแปลงต้นทุนขงผลิตภัณฑ์
 
สมการแสดงพฤติกรรมของต้นทุน
                              TC = F + V.N           (สมการเส้นตรง y = a+bx)

 
 
บทที่ 3  การวิเคราะห์จุดค้มทุน
            ( Break-even analysis)
 
จุดค้มทุน คือ จุดที่รายได้จากการลงทุนคุ้มค่ากับการลงทุน
                      à ค่าใช้จ่าย = รายรับ
                       àกำไร = 0
 
การวิเคราะห์จุดคุ้มทุน
                              P = R – C
                          = N.p –(F-V.N)
                     
                       P = N.(p-V) –F
                  à   N = P+F
                                  p-V         
 
ข้อจำกัดของการวิเคราะห์จุดคุ้มทุน (6)
1)  ราคาของผลิตภัณฑ์คงที่ภายใต้เงื่อนไข ดังนั้นเส้นรายได้ของแผนภูมิ
      ของการวิเคราะห์จุดคุ้มทุนจะเป็นเส้นตรง
2)  ต้นทุนต่างๆ สามารถแยกเป็นต้นทุนคงที่และต้นทุนแปรผันได้อย่าง
     ชัดเจน
3)  ต้นทุนคงที่จะต้องเท่ากันตลอดของปริมาณเต็มตามสมรรถภาพ
     โดยไม่เปลี่ยนแปลงตามจำนวนผลิตที่เพิ่มขึ้น
      ส่วนต้นทุนแปรผันจะต้องแปรผันโดยตรงตามจำนวนผลิตที่
      เปลี่ยนแปลงไป จึงได้เส้นตรงของต้นทุนในแผนภูมิของการ
      วิเคราะห์จุดคุ้มทุน
 
4) การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางเศรษฐกิจไม่มีผลกับราคาขาย
5) นโยบายระดับบริหาร เทคโนโลยี่ และประสิทธิภาพไม่เปลี่ยนแปลง
6) ไม่มีการเก็บสต๊อกสินค้า และสามารถขายสินค้าได้หมด

 บทที่ 4  ค่าของเงินที่เปลี่ยนตามเวลา
 
  • •เงินจำนวนเดียวกัน ซื้อของได้ปริมาณลดลง ขึ้นกับเวลา
  • • ขึ้นกับอุปสงค์- อุปทาน
  • • สภาวะเงินเฟ้อ หรือเงินฝืด
  • • อัตราดอกเบี้ย
สูตรดอกเบี้ย ( Interest Formular)
  i  -  อัตราดอกเบี้ยตามระยะเวลา
  n  -  จำนวนระยะเวลา
  P  - จำนวนเงินเริ่มต้น  ปีปัจจุบัน   ( Present Worth )
  F  - จำนวนเงินรวม     ปีอนาคต     ( Future Worth )
  A  - จำนวนเงินจ่ายรายปี                ( Annual Worth )
 
ดอกเบี้ย à ดอกเบี้ยเชิงเดี่ยว (Simple Interest)
              à ดอกเบี้ยเชิงซ้อนหรือดอกเบี้ยทบต้น ( Compound Interest)
ดอกเบี้ยเชิงเดี่ยว   F= P (1+ n i)
  Ex. กู้ยืมเงิน 100 บาท คิดอัตราดอกเบี้ย 8% กำหนดเวลา 5 ปี
        
         ดอกเบี้ย 100 x 0.08 x 5 = 40 บาท
         เมื่อครบ 5 ปี จำนวนเงินที่จะได้รับรวม = 140 บาท
 
หมายเหตุ : ปัจจุบันไม่คิดแบบเชิงเดี่ยว แต่คิดแบบเชิงซ้อนหรือ
                     ดอกเบี้ยทบต้น
 
ดอกเบี้ยเชิงซ้อน à ระบบจ่ายครั้งเดียว (Single Payment System )
                           à ระบบจ่ายอนุกรมและมีค่าเท่ากันตลอด
                                   (Uniform Annual Series System)
                           à  ระบบที่มีการเพิ่มหรือลดลงอย่างสม่ำเสมอ
                                   (Uniform Gradient System)
 
สูตรดอกเบี้ยต่างๆ ที่ใช้ในการคำนวณดอกเบี้ยระบบเชิงซ้อน
              ภาคผนวก ค / pp. 327
              conversion factor / pp. 328-
โจทย์  4.1 , 4.4 /pp.98
 
อัตราดอกเบี้ยที่มีการคิดครั้งเดี่ยวหรือบ่อยครั้ง
( Nominal and Effective Interest Rate )
อัตราดอกเบี้ยคิดมากครั้ง  i = ( 1+ r/m )m -1
แบบต่อเนื่อง  i = er  -1
r – อัตราดอกเบี้ยที่มีการคิดเพียงครั้งเดียวใน 1 ปี (nominal rate )
m – จำนวนครั้งที่มีการคิดดอกเบี้ยใน 1 ปี
โจทย์ 4.12 / pp. 99 และ 4.29 / pp.102


Quiz 1
 
1.       ถ้าต้องการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์เป็นระยะเวลา 5 ปี แล้วในปลายปีที่ 5 ได้เงินคืนเป็นจำนวน 500,000 บาท เมื่อกำหนดผลตอบแทนของการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์เฉลี่ย 10% ต่อปี
ก.      จะต้องใช้เงินลงทุนเริ่มต้นจำนวนเท่าไหร่
ข.      ค่าเทียบเท่าเงินจ่ายรายปีเป็นเท่าไหร่
2.       ต้องการรถยนต์ TOYOTA CAMRY ราคา  1,200,000 บาท ระยะเวลาผ่อนชำระ 4 ปี ถ้าอัตราดอกเบี้ย 3 % ต่อปี
ก.      มีครบ ปีที่ 4 จะต้องผ่อนชำระทั้งหมดเท่าไหร่
ข.      ถ้าต้องการชำระรายปีเป็นจำนวนเงินเท่ากัน จำต้องชำระปีละเท่าไหร่
3.       ประเทศไทยลงทุนสร้างถนนคอนกรีต ราคา 5,000,000 บาท มีอายุการใช้าน 20 ปี โดยมีค่าซ่อมบำรุงรายปีที่ต้องจ่ายในปีที่ 1 จำนวน 700,000 บาท และเพิ่มขึ้นทุกปี ปีละ 50,000 บาท โดยกู้เงินจากต่างประเทศดอกเบี้ย 8% ต่อปี
ก.      จงหาค่าเทียบเท่าเงินต้นปัจจุปัน              
ข.      จงหาค่าเทียบเท่าเงินจ่ายรายปี
4.       บริษัทแห่งหนึ่งลงทุนซื้อเครื่องจักรราคา 5,000,000 บาท มีอายุการใช้งาน 10 ปี เมื่อครบอายุการใช้งานเครื่องจักรมีมูลค่าซาก 500,000 บาท ถ้าอัตราดอกเบี้ย 6% ต่อปี จงหาค่าเทียบเท่าเงินจ่ายรายปีของเครื่องจักรนี้
5.       ในการพิจารณาสร้างสะพานไม้หรือสะพานคอนกรีตข้อมูลค่าใช้จ่ายที่ประเมินได้ดังนี้
             สำหรับสะพานไม้ ค่าก่อสร้าง 600,000 บาท อายุการใช้งาน 20 ปี ค่าซ่อมบำรุง 40,000 บาทต่อปี
             สำหรับสะพานคอนกรีต ค่าก่อสร้าง 1,500,000 บาท อายุการใช้งาน 50 ปี ค่าซ่อมบำรุง 20,000 บาทต่อปี
ควรจะเลือกสะพานแบบใดจึงประหยัดกว่า ถ้ากำหนดอัตราดอกเบี้ย 8%
(เปรียบเทียบค่าเทียบเท่าเงินทุนนิรันดร์) 
6.       โครงการวิศวกรรมสองโครงการที่ต้องตัดสินใจลงทุน โครงการมีอายุการใช้งานเท่ากัน 8 ปี

             โครงการวิศวกรรม
เงินลงทุน
100,000
500,000
รายได้ต่อปี
        30,000
100,000
รายจ่ายต่อปี
10,000
13,000

 
                         ควรจะเลือกดำเนินการด้วยโครงการใด
ก.      โดยเปรียบเทียบผลตอบแทนของการลงทุน
ข.      เปรียบเทียบอัตราส่วนของผลประโยชน์ต่อเงินลงทุน (B/C) เมื่อคิดอัตรดอกเบี้ย 10%
7.       ทรัพย์สินอย่างหนึ่งเมื่อแรกซื้อมีราคา 350,000 บาท คาดว่าจะมีอายุการใช้งาน 5 ปี มูลค่าคงเหลือเมื่อครบ 5 ปีแล้วมีค่า 50,000 บาท ภามว่าค่าเสื่อมราคารวมทั้งสิ้นที่คิดไว้ในระยะ 4 ปีแรกของการใช้งาน จะมีค่าเป็นเท่าใด ถ้า
ก.      คิดค่าเสื่อมราโดยวิธีเส้นตรง
ข.      โดยวิธีลดส่วน
ค.      โดยวิธีผลบวกตัวเลข
ง.       โดยวิธีทุนจม กำหนดอัตราดอกเบี้ย 15%
8.       ถนนหลวงเส้นหนึ่งชำรุดเสียหายมากจะต้องซ่อมบำรุงให้ดีขึ้น การซ่อมบำรุงมีค่าใช่จ้ายทั้งสิ้น 2,500,000 บาท ซึ่งจะทำให้ยืดอายุการใช้งานของถนนนี้ไปได้อีก 3 ปี โดยเสียค่าบำรุงทางประจำปีอีกปีละ 500,000 บาท วิศวกรมีความเห็นว่าควรสร้างทางหลวงนี้ใหม่ โดยมีค่าใช้จ่าย 10,000,000 บาท มีอายุการใช้งาน 30 ปี โดยมีค่าซ่อมบำรุงทางประจำปี 100,000 บาท ถ้าท่านมีส่วนในการตัดสินใจเกี่ยวกับถนนสายนี้ท่านจะตัดสินใจอย่างไร ถ้าอัตราดอกเบี้ย 8%
 


Quiz 2
 
1.  ค่าใช้จ่ายซ่อมบำรุงสำหรับโครงสร้างอันหนึ่งซึ่งควดว่าจะมีอายุการใช้งานได้นาน 20 ปี จะคิดเป็นเงิน 20,000 บาท ในปลายปีที่ 5   40,000 บาท ในปลายปีที่ 10    70,000 บาท ในปลายปีที่ 15 ถ้าอัตราดอกเบี้ยใช้ 10% จะคิดเป็นเงินต้นในปีปัจจุบันเป็นเท่าใด และค่าซ่อมบำรุงเป็นเงินเทียบเท่ารายปีเท่าไรสำหรับ 20 ปีข้างหน้า
2. โครงการของหน่วยงานรัฐบาลที่จะต้องพิจาราณาเพื่อตัดสินใจมีข้อมูลดังนี้
                                                                           โครงการ ก                                  โครงการ ข
ต้นทุนเริ่มดำเนินการ                                      1,800,000 บาท                        4,000,000 บาท
อายุโครงการ                                                            12 ปี                                            14 ปี
ราคาเมื่อหมดอายุการใช้งาน                                      -                                          800,000 บาท
รายจ่ายประจำปี                                                  440,000 บาท                               280,000 บาท
ถ้าเรามีหน้าที่ตัดสินใจ เราจะเลือกโครงการใดจึงจะเหมาะสม เมื่อคิดอัตราดอกเบี้ย 5 % (เปรียบเทียบเงินต้นเทียบเท่าเงินลงทุนนิรันดร์)
3. โรงงานแห่งหนึ่งต้องการสร้างคลังสินค้าโดยใช้โครงเหล็กหรือคอนกรีต ถ้าใช้คอนกรีตต้นทุนค่าก่อสร้างจะเป็น 2,320,000 บาท แต่ถ้าเป็นโครงสร้งเหล็กจะเสียเงินเพียง 1,200,000 บาท อายุการใช้งานของคอนกรีต 50 ปี ค่าบำรุงรักษารายปี 20,600 บาท ส่วนโครงเหล็กจะใช้การได้เพียง 25 ปี ค่าซ่อมบำรุงต่อปี 36,000 บาท ถ้าอัตราดอกเบี้ย 8% จะสร้างคลังสินค้าแบบไหนจึงจะประหยัดกว่า
4. โครงการลงทุนในกิจการอย่างหนึ่ง ต้องการเงินลงทุนทันที 800,000 บาท คาดว่าจะดำเนินกิจการนี้ในช่วงระยะเวลา 10 ปี ทรัพย์สินทั้งหมดมีมูลค่าคงเหลือ 100,000 บาท เมื่อครบกำหนดเวลารายรับ-รายจ่าย ต่อปีตลอดช่วง 10 ปี ประเมินค่าไว้ดังนี้ : รายรับปีละ 170,000 บาท , รายจ่ายปีละ 14,000 บาท จงคำนวณค่าอัตราผลตอบแทนของโครงการนี้
5. สำนักงานพลังงานแห่งชาติ ได้เสนอโครงการจัดสร้างเขื่อนพลังน้ำแห่งใหม่ขึ้นทางภาคใต้ของประเทศเพื่อจ่ายกระแสไฟฟ้าให้แก่พื้นที่ในบริเวณนั้น ควบคุมการเกิดอุทกภัยให้น้อยลง เป็นที่กักเก็บน้ำเพื่อการชลประทาน และอาจจะใช้บริเวณเขื่อนเป็นสถานที่ตากอากาศได้ด้วย ค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างมีดังนี้:
                                                                                                                                                     (ล้านบาท)
ค่าก่อสร้างตัวเขื่อนกั้นน้ำ                                                                                                           400
ถนนต่างๆ เพื่อเป็นเส้นทางสัญจร                                                                                             20
โรงงานพลังไฟฟ้า                                                                                                                        40
สายส่งกระแสไฟฟ้า                                                                                                                    15
การตกแต่งสถานที่เพื่อเป็นที่พักผ่อน                                                                                        8
คลองส่งน้ำ                                                                                                                                   30
สมมุติว่าเงินลงทุนในโครงการนี้ กู้จากแหล่งเงินทุน ในอัตราดอกเบี้ยต่ำ 5% ระยะเวลาคืนทุน 40 ปี เมื่อการก่อสร้างเขื่อนแล้วเร็จ และเปิดกำเนินการแล้ว คาดว่าค่าดำเนินการและค่าบำรุงรักษาในด้านการจ่ายพลังงานไฟฟ้าจะมีค่าประมาณปีละ 12,500,000 บาท และอีกประมาณปีละ 7,500,000 บาท สำหรับกิจการอื่นๆ ของโครงการนี้ นอกจากนั้นแล้ว ทางรัฐบาลยังจะต้องจ่ายเงินงบประมาณอีกปีละ 4,000,000 บาท เป็นเงินเดือนและสวัสดิการต่างๆ ของผู้ทำงาน ซึ่งจัดเป็นพนักงานของรัฐ
จำนวนเงินรายได้และผลประโยชน์ต่อปีที่คาดว่าจะได้รับจากโครงการนี้ :
                                                                                                                                                             (ล้านบาท)
ความเสียหายเนื่องจากภัยน้ำท่วมลดลง                                                                                             9
เงินรายได้จากค่ากระแสไฟฟ้า                                                                                                          27
ผลผลิตทางเกษตรซึ่งมากขึ้นเนื่องจากมีชลประทาน                                                                    16  
รายได้จากการใช้บริเวณเขื่อนเป็นสถานที่พักผ่อน                                                                       10
จงคำนวณค่าของอัตราส่วนผลประโยชน์ต่อเงินลงทุนของโครงการนี้ เพื่อลองพิจารณาว่าโครงการนี้เหมาะสมแก่การลงทุนหรือไม่
6. ทรัพย์สินอย่างหนึ่งมีราคาจัดซื้อ 240,000 บาท คาดว่าจะใช้งานได้นาน 10 ปี มูลค่าคงเหลือเมื่อครบสิบปีแล้วกำหนดไว้ 40,000 บาท จงหาค่าเสื่อมราคาในปีที่ 3 และมูลค่าเป็นราคาของทรัพย์สินตามบัญชีเมื่อสิ้นปีที่ 3 โดยการคิดค่าเสื่อมราคา:
      . วิธีเส้นตรง
      ข. วิธีทุนจม
      ค. วิธีลดส่วน
7. ถนนหลวงเส้นหนึ่งชำรุดเสียหายมากจะต้องได้รับการซ่อมบำรุงทางตลอดเส้นทางให้ดีขึ้น การซ่อมบำรุงทางนี้จะต้องใช้จ่ายประเมินจำนวนเงินทั้งสิ้น 2,500,000 บาท ซึ่งจะทำให้อายุการใช้งานของถนนสายนี้ยืดไปได้อีก 3 ปี โดยเสียค่าบำรุงทางประจำปีอีกปีละ 500,000 บาท วิศวกรกรมทางมีความเห็นว่าควรจะทำการสร้างทางหลวงสายนี้ใหม่ โดยการออกแบถนนที่ทันสมัยกว่า และอายุการใช้งานของถนนที่ยาวนานกว่าโดยมีเหตุผลประกอบว่าค่าเงินมีอัตราเฟ้อสูง การลงทุนในระยะนี้จะคุ้มค่ากว่าเมื่อต้องลงทุนใน 3 ปี ข้างหน้า การประเมินรายจ่ายค่าสร้างถนนตามแบบใหม่จะเป็นเงิน 10,000,000 บาท และถนนสายนี้จะมีอายุการใช้งานได้ถึง 30 ปี โดยมีค่าซ่อมบำรุงทางประจำปีใน 5 ปีแรก ปีละ 100,000 บาท 5 ปีที่สอง ปีละ 150,000 บาท และเพิ่มขึ้นอีกปีละแสนบาทสำหรับแต่ละช่วง 5 ปีถัดไป ถ้าเรามีส่วนในการตัดสินใจอย่างไร ถ้าอัตราดอกเบี้ยใช้ 8%

Quiz 3
 
1.       เสียค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาเครื่องจักร 500 บาทต่อปี เป็นเวลา 5 ปี จะต้องฝากเงินเตรียมไว้ปีปัจจุบันเท่าไร ถ้าอัตราดอกเบี้ยเป็น 12% ต่อปี
2.       เครื่องกลึงแบบ A และแบบ B มีค่าใช้จ่ายต่างๆดังนี้ จงเปรียบเทียบที่อัตราดอกเบี้ย 10% โดยวิธีมูลค่าเทียบเท่าปัจจุบัน
รายการค่าใช้จ่าย
เครื่องกลึงแบบ A
เครื่องกลึงแบบ B
เครื่องจักรราคา (บาท)
300,000
320,000
ค่าใช้จ่ายต่อปี (บาท)
80,000
85,000
มูลค่าซาก (บาท)
20,000
40,000
อายุ (ปี)
5
5
3.       ต้องการตัดสินใจเลือกลงทุนระหว่าง 2 แผนคือ แผน ก. ลงทุนซื้อเครื่อง 20,000 บาท ค่าใช้จ่ายต่อปี 8,000 บาท เมื่อครบ 3 ปี ซื้อเครื่องจักรใหม่ในราคาเดิม มีค่าใช้จ่ายอื่นๆ ในราคาเดิม แผน ข. ลงทุนซื้อเครื่องจักรราคา 25,000 บาท มีค่าใช้จ่ายต่อปี 7,500 บาท สามารถใช้ได้ 3 ปีเช่นกัน และโครงการนี้ต้องการลงทุน 2 ครั้งเช่นกัน เป็นครั้งละ 3 ปี ถ้าอัตราดอกเบี้ยเป็น 10% ต่อปี จะต้องตัดสินใจเลือกโครงการไหน
4.       ต้องการตัดสินใจเลือกสะพาน 2 แผนคือ แผน A เป็นสะพานคอนกรีต และแผน B เป็นสะพานเหล็ก แผน A มีค่าใช้จ่ายเริ่มต้น 10,000,000 บาท ค่าใช้จ่ายซ่อมแซมต่อปี 100,000 บาท และทุกๆ 5 ปี จะต้องมีการบำรุงรักษาครั้งหนึ่ง (ทาสีผิวถนน) 300,000 บาท แผน B เสียค่าใช้จ่ายเริ่มต้น 7,000,000 บาท ค่าใช้จ่ายในการซ่อมต่อปี 150,000 บาท และทุกๆ 4 ปี จะต้องบำรุงรักษาครั้งใหญ่ 400,000 บาท อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ 6% ต่อปี จงคำนวณหามูลค่าเทียบเท่ารายปีนิรันดร์
5.       ลงทุนขั้นต้น 1,000 บาท ได้รับเงินในปีที่ 3 ทั้งสิ้น 500 บาท และในปีที่ 5 อีก 1,500 บาท จงหาอัตราผลตอบแท และ ถ้า MARR = 12% ควรจะลงทุนหรือไม่
6.       มูลนิธิเพื่อการค้นคว้าวิจัยทางเทคโนโลยีต้องการพัฒนาคณาจารย์ที่สอนในชนบท โดยลงทุนขั้นต้น 1,500,000 บาท ระยะเวลา 10 ปี ลดการสูญเสียได้ปีละ 500,000 บาท แต่จะต้องเสียผลประโยชน์โดยการเช่าอุปกรณ์จากเอกชนปีละ 200,000 บาท ถ้าอัตราผลตอบแทนในการลงทุน 6% ต่อปี ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน 50,000 บาทต่อปี จงวิเคราะห์โดยวิธี B/C
ก.      โดยเทียบกับเงินทุนครั้งแรก
ข.      โดยเทียบกับค่าใช้จ่ายทั้งหมด
 
 
7.       ซื้อเครื่องจักรราคา 180,000 บาท ในวันที่ 1 มกราคม พ.. 2546 คาดว่าอายุ 8 ปี มูลค่าคงเหลือ 8,000 บาท จงคำนวณหาค่าเสื่อมราคาในวันที่ 31 ธันวาคม พ.. 2547
ก.      วิธีเส้นตรง
ข.      วิธีลดส่วน
ค.      วิธีผลบวกของตัวเลข
ง.       วิธีทุนจมดอกเบี้ย 15%
8.       ทรัพย์สินราคา 80,000 บาท มูลค่าซากเป็นศูนย์ ค่าบำรุงรักษาที่เพิ่มขึ้นแต่ละปี 1,500 บาท จงหาอายุการใช้งานที่เหมาะสม


Quiz 4
 
1.       สัญญากู้ยืมระบุว่าต้องจ่ายเงินคืนในปีที่ 0 เท่ากับ 1,000 บาท ในปีที่ 5 เท่ากับ 1,500 บาท และในปีที่ 15 อีก 2,000 บาท ถ้าหลีกเลี่ยงการจ่ายแบบนี้เป็นจ่ายรายปีติดต่อกัน 15 ปี จะต้องจ่ายปีละเท่าไร ถ้าอัตาดอกเบี้ย 8% ต่อปี
2.       ต้องการซื้อเครื่องกลึง CNC มาใช้ในการทำแม่พิมพ์โลหะ มีรูปแบบให้เลือก 2 แบบ โดยมีราคาเครื่องกลึงและค่าใช้จ่ายแต่ละปีแตกต่างกัน จงเปรียบเทียบโดยใช้มูลค่าเทียบเท่าปัจจุบันว่าควรเลือกเครื่องกลึง CNC แบบไหนจึงประหยัด โดยคิดที่อัตราดอกเบี้ย 12% ต่อปี
 

รายการค่าใช้จ่าย
แบบที่ 1
แบบที่ 2
ราคาเครื่องจักร
1,500,000
1,800,000
ค่าใช้จ่ายปีที่ 1
140,000
100,000
ค่าใช้จ่ายปีที่ 2
150,000
120,000
ค่าใช้จ่ายปีที่ 3
160,000
140,000
ค่าใช้จ่ายปีที่ 4
170,000
160,000
มูลค่าซาก
100,000
150,000

3.       โรงงานแห่งหนึ่งต้องการขนถ่ายวัสดุระหว่างโกดังกับหน่วยงานการผลิต แต่เดิมใช้ แรงงานคนต้องเสียค่าใช้จ่ายแรงงาน 92,000 ต่อปี เรียกว่าแผน A มีข้อเสนอซึ่งเป็นแผน B โดยซื้อเครื่องมือผ่อนแรงราคา 150,000 บาท อายุ 10 ปี เมื่อใช้ครบ 10 ปี มูลค่าซากเป็นศูนย์ ค่าใช้จ่ายประจำปีเป็นค่าไฟฟ้า ค่าซ่อม ค่าประกัน ค่าภาษี และค่าแรงงานเท่ากับ 4,000 บาท , 11,000 บาท , 3,000 บาท และ 33,000 บาท ตามลำดับ แผน C ซื้อเครื่องจักรขนถ่ายวัสดุราคา 250,000 บาท ใช้งานได้ 10 ปี มูลค่าซาก 50,000 บาท ค่าไฟฟ้า ค่าซ่อม ค่าประกัน ภาษี และค่าแรงงานเท่ากับ 6,000 บาท , 15,000 บาท, 5,000 บาท และ 17,000 บาท ตามลำดับ อัตราผลตอบแทนต่ำสุด 9% ต่อปี จะเลือกลงทุนแบบใด
4.       เทศบาลแห่งหนึ่งต้องการตัดสินใจ 2 กรณีเพื่อเพิ่มความสามารถของคลองในเขตชลประทานดังนี้
แผน A ขุดลอกคลองเพื่อให้สิ่งต่างๆ ไหลผ่านได้ดี แต่ต้องซื้อเครื่องจักร 6,500,000 บาท มีอายุ 10 ปี มูลค่าซาก  700,000 บาท และค่าใช้จ่ายต่างๆ คือ ค่าดำเนินการต่อปี 2,200,000 บาท และค่าควบคุมสิ่ปฎิกูลปีละ 1,200,000 บาท
แผน B ให้เทคอนกรีตเคลือบ โดยใช้เงินครั้งแรก 65,000,000 บาท ใช้ค่าบำรุงรักษาน้อยกว่า 100,000 บาทต่อปี จะต้องเทคอนกรีตซ่อมใหม่ทุกๆ 5 ปี โดยเสียครั้งละ 1,000,000 บาท จงเปรียบเทียบที่อัตราดอกเบี้ย 5%
5.       ลงทุน 50,000 บาท มีกำไรต่อปี 1,000 บาท เป็นเวลา 10 ปี และปลายปีที่ 10 มีรายได้ 70,000 บาท ถ้า MARR 11% ควรลงุนหรือไม่
6.       โครงการป้องกันน้ำท่วมมีทางเลือก 2 แนวทางคือ ขุดลอกคูคลองเพื่อให้ระบายน้ำได้ดี อีกดครงการหนึ่งเป็นการสร้างเขื่อนและอ่างเก็บน้ำเพื่อป้องกันไม่ให้น้ำไหลผ่านเข้าท่วมที่อยุ่อาศัย ในการสร้างเขื่อนครั้งนี้ ทำให้จับปลาไม่ได้ รายได้ลดลงต่อปี 280,000 บาท การเกษตรลดลงต่อปี 100,000 บาท จากสถิติ ถ้าไม่ได้ทำอะไรเลยจะเสียหาย 4,800,000 บาทต่อปี ถ้าขุดลอกคูคลองจะสามารถลดความเสียหายเหลือเป็น 1,050,000 บาท บาทต่อปี ถ้าสร้างเขื่อนลดลงเหลือ 550,000 บาทต่อปี ถ้ากู้เงิน 6% ต่อปี เป็นเวลา 50 ปี จงเปรียบเทียบเพื่อเลือกโครงการโดยวิธี B/C ค่าใช้จ่ายขุดคลองและสร้างเขื่อนดังนี้
        

รายการ
ขุกลอกคูคลอง
สร้างเขื่อน
เงินลงทุน (บาท)
29,000,000
53,000,000
ค่าดูแลและซ่อมบำรุงต่อปี
350,000
400,000

7.       อาคารแห่งหนึ่งมูลค่า 12 ล้านบาท สามารถใช้ได้ 25 ปี มูลค่าคงเหลือ 2 ล้านบาท ปัจจุบันนี้อายุ 5 ปี ค่าเสื่อมราคารวมที่คิดไว้ทั้งหมดมีค่าเท่าใด
ข.      วิธีลดส่วน
ค.      วิธีผลบวกตัวเลข
ง.       วิธีทุนจมดอกเบี้ย 10%
8.       พิจารณาเครื่องจักรมาใช้ในอนาคต โดยจะเรียกว่าแบบที่ 2 โดยเปรียบเทียบกับเครื่องจักรเดิมคือแบบที่ 1 ซึ่งมีค่าใช้จ่ายๆ ดังนี้ จงหาว่าถ้าอัตราดอกเบี้ย 15% ต่อปี จะคืนทุนเมื่อไหร่

รายการ
เครื่องจักรแบบที่ 1
เครื่องจักรแบบที่ 2
เงินลงทุนเริ่มแรก
12,000
8,000
รายได้ต่อปี
3,000
1,000 (ปี 1-5)
3,000 (ปี 6-15)
อายุการใช้งาน
7
15

 


Quiz 5
 
1.       ลงทุนซื้อเครื่องจักรราคา 100,000 บาท และต้องเสียค่าใช้จ่ายต่างๆ รวมแต่ละปีดังนี้ ปีที่ 1 เท่ากับ 10,000 บาท ปีที่ 2 ถึง 5 เพิ่มขึ้นอีกปีละ 500 บาท (เพราะเครื่องจักรเก่าลง)  ในปีที่ 5 ไม่มีมูลค่าซากของเครื่องจักรการลงทุนคิดเป็นมูลค่าปัจจุบันจะเป็นเท่าไรถาอัตราดอกเบี้ยเป็น 10% ต่อปี
2.       ต้องการสร้างสะพานข้ามแม่น้ำแห่งหนึ่งมีโครงการให้เลือก 2 แบบคือ สะพานแบบ Suspension และสะพานแบบ Truss ดังรายละเอียดในตาราง และ i= 6% ต่อปี จงเปรียบเทียบโดยวิธีมูลค่าปัจจุบัน

สะพานแบบ
รายการ
ค่าใช้จ่าย (บาท)
Suspension
ลงทุนขั้นต้น
ค่าตรวจสอบและบำรุงรักษาต่อปี
ค่าทำคอนกรีตใหม่ทุกๆ 10 ปี
อุปกรณ์ไฟฟ้าข้างทาง
30,000,000
15,000
50,000
800,000
Truss
ลงทุนขั้นต้น
ค่าตรวจสอบและบำรุงรักษาต่อปี
ทาสีใหม่ทุกๆ 3 ปี
ต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มคือขัดด้วยเครื่องพ่นทรายและทาสีทุกๆ 10 ปี
อุปกรณ์ไฟฟ้าข้างทาง
22,000,000
8,000
10,000
45,000
 
300,000

3.       ค่าใช้จ่ายในการลงทุนซื้อเครื่องจักรมาใช้ด้านผลิตอาหาร จะเป็นเครื่องจักร 2 แบบคือ แบบ A และ แบบ B เปรียบเทียบที่อัตราดอกเบี้ย 15% จงเปรียบเทียบว่าแบบไหนเสียค่าใช้จ่ายน้อยกว่ากัน

รายการ
เครื่องแบบ A
เครื่องแบบ B
ลงทุนขั้นต้น
26,000
36,000
ค่าบำรุงรักษาต่อปี
800
300
ค่าคนงานต่อปี
11,000
7,000
ค่าภาษีรายได้
-
2,600
มูลค่าซาก
2,000
3,000
อายุ (ปี)
6
10

 
 
4.       โครงการส่งน้ำจากเขื่อนพลังน้ำมีการเสนอ 2 แบบคือ
โครงการ ก. ขุดเป็นอุโมงค์วางท่อคอนกรีตแบบปิด ค่าลงทุน 2,000,000 บาท ใช้งานได้ตลอด ค่าดูแลรักษา 5,000 บาทต่อปี วางท่อใช้เงิน 900,000 บาท ใช้งานได้ 20 ปี ค่าซ่อมแซมปีละ 20,000 บาท
โครงการ ข. วางท่อเหล็กจากเขื่อนและมีอ่างเก็บน้ำคอนกรีตลงทุน 700,000 บาท อายุ 50 ปี ค่าซ่อมบำรุงท่อเหล็กต่อปี 7,000 บาท อ่างเก็บน้ำใช้เงินลงทุน 800,000 บาท ใช้งานได้ตลอด ค่าดูแลอ่างระยะ 5 ปีแรก ปีละ 50,000 บาท หลังจากนั้นลดลงเหลือปีละ 10,000 บาท การบุคอนกรีตจะต้องทำทุกๆ 25 ปี ใช้เงินลงทุนครั้งละ 400,000 บาท ค่าบำรุงปีละ 3,000 บาท หาแหล่งเงินกู้ 5% จะเลือกสร้างแบบไหนจึงเหมาะสม
5.       ต้องการซื้อเครื่องจักรผลิตของเด็กเล่น เป็นเครื่องจักรใหม่แบบอัตโนมัติและแบบกึ่งอัตโนมัติ จงคำนวณหาอัตราผลตอบแทนโดยมูลค่าปัจจุบันเพื่อเลือกซื้อเครื่องจักร

รายการค่าใช้จ่าย
แบบกึ่งอัตโนมัติ
แบบอัตโนมัติ
ลงทุนขั้นต้น
ค่าใช้จ่ายต่อปี
มูลค่าซาก
รายได้ต่อปี
อายุ (ปี)
10,000
2,500
1,000
5,000
5
10,000
2,700
900
5,400
5

6.       โครงการลงทุนสร้างทางหลวงมี 2 แนวทางให้เลือก โครงการ A ใช้เงินลงทุนสร้าง 4,000,000 บาท ได้ผลประโยชน์คิดเป็นรายปี 125,000 บาท (เป็นย่านธุรกิจ) โครงการ B ต้องลงทุนสร้าง 6,000,000 บาท ได้ผลประโยชน์รายปี 100,000 บาท ค่าบำรุงรักษาต่อปีของ A เท่ากับ 200,000 บาท และของ B เท่ากับ 120,000 บาท ตามลำดับ ถ้าอายุการใช้งาน 20 ปี อัตราดอกเบี้ย 8% ต่อปี ควรจะเลือกลงทุนโครงการใด เปรียบเทียบด้วยวิธีอัตราส่วนของผลประโยชน์ต่อเงินลงทุน
7.       ลงทุนซื้อเครื่องจักรราคา 50,000 บาท มูลค่าซาก 10,000 บาท หลังจากใช้งานไปได้ 5 ปี จงคำนวณ
ก.      วิธีเส้นตรง
ข.      วิธีลดส่วน
ค.      วิธีผลบวกตัวเลข
ง.       วิธีทุนจมดอกเบี้ย 10%
8. ซื้อเครื่องกลึงกึ่งอัตโนมัติราคา 500,000 บาท ใช้งานได้ 8 ปี มูลค่าซากประมาณ 30,000 บาท รายได้จากการผลิตสินค้าจากเครื่องจักรดังกล่าวต่อปี 200,000 บาท จงหาระยะเวลาคืนทุน ถ้าอัตราดอกเบี้ย 15% ต่อปี




สนับสนุนโดย
 
 
NT INNOVATION CO., LTD.
Menu
====================================
Product Lists
 3  DO Meter
     เครื่องแก้ว บิกเกอร์ กระบอกตวง
13 Micro Pipette,  
34 Borescope,  
39 เครื่องวัดแอลกอฮอล์, เครื่องยืดตัวเพิ่มความสูง 



Copyright (c) 2020 by www.engineerthailand.com